
ล่าสุด!! แหล่งข่าวจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่าชาวบ้าน บางระกำ ได้ส่งข้อมูลทุจริตการหักหัวคิวเงินชดเชยน้ำท่วม ครอบครัวละ 5,000 บาทมาให้ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาดำเนินการ และเพื่อสอบสวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ประพฤติมิชอบ
....เป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลตั้งแต่ ไทยรักไทย มาจนถึง "เพื่อไทย" มักจะมีการสร้างความหวือหวาให้แก่นักข่าว และหน้าหนังสือพิมพ์ ด้วยการสร้าง "โมเดล" ที่มีสีสันไม่น้อยคือ "อาจสามารถโมเดล"ที่อดีตนายกฯ คนดัง ได้สร้างขึ้นมา และลงทุนไปหลับนอนสร้างกระแสเมื่อหลายปีก่อนแต่ผลสำเร็จเป็นอย่างไร หลายคนอาจลืมชื่อไปแล้วด้วยซ้ำ
จนมาวันนี้ วิกฤติ "น้ำท่วม" ที่ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า"จะมีปริมาณน้ำสูงเป็นประวัติศาสตร์ มากกว่าปี 38"อาจกระทบแม้กระทั่งเมืองหลวง กรุงเทพมหานครแต่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยังยืนยันจะใช้ "โมเดล" ที่เรียกว่า "บางระกำโมเดล" ในการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนต่อไป ...
"บางระกำโมเดล" ดีแต่โม้ !!
|
 |
-
ตกสำรวจ จำนวนประชาชน และหมู่บ้านที่แท้จริง
องค์กรชุมชน บางระกำ จ.พิษณุโลก แฉ"ม.15 ต.บางระกำ มี 200 หลังคาเรือน มีผู้ตกสำรวจประมาณ 98 หลังคาเรือนและผู้พิการประมาณ 20 คน ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ"สาเหตุเพราะ ทะเบียนบ้าน เลข 13 หลักของบัตรประชาชน ที่เดิมเป็นครอบครัวใหญ่แต่เมื่อแยกครอบครัว แต่ไม่ได้แยกทะเบียนบ้าน เมื่อได้รับความช่วยเหลือก็ได้รับชุดเดียว และอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
-
การใช้งบเละเทะ ประชาชนได้ประโยชน์น้อยมาก
ข้อมูลจาก กรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา วันที่ 6 กันยายน 2554 ระบุว่าความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของจังหวัดพิษณุโลกตามวงเงินทดรองราชการ 50 ล้านบาทกชภ.จ.อนุมัติ ครั้งที่ 9 (23 ส.ค.) ดังนี้
-
อาหาร ที่อยู่อาศัย (สร้างที่พัก 26 หลัง) จัดการศพจำนวน 1,332,820 บาท
-
การสาธารณสุข 467,636 บาท
-
ปศุสัตว์ 87,000 บาท
-
กำจัดสิ่งกีดขวาง เปิดทางน้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง 33,258,864 บาท
-
ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทน 164,320 บาท
สำหรับ 5 รายการข้างต้น รวมเป็น 35,310,640 บาทต่อมา กชภ.จ.อนุมัติ ครั้งที่ 10 (2 ก.ย.) เฉพาะค่ากำจัดสิ่งกีดขวาง 14,689,360 บาท
รวม 50,000,000 บาท ซึ่งใน 50ล้านบาทนี้ ใช้ แค่ กำจัดสิ่งกีดขวาง น้ำมันเชื้อเพลิง รวม 48 ล้านบาทประชาชนได้ประโยชน์จาก งบประมาณ นี้โดยตรง แค่ 2 ล้านบาท จาก 50 ล้านบาทเท่านั้น
-
ไปบางระกำ ต้อง "จ่ายค่าน้ำมัน ค่าคนขับเรือ เอง"
เรือยนตร์ มีจำนวนจำกัด หน่วยงานที่ต้องการเอาสิ่งของ เข้าช่วย ชาวบ้านบอก "ต้องจ่ายค่าน้ำมัน ค่าคนขับเอง"ทั้งที่ ใน ข้อ 2) มีตัวเลข งบประมาณ ค่าน้ำมันเยอะมาก ที่แย่ยิ่งกว่าคือ ทางอำเภอบางระกำ แจกเรือพลาสติกแก่ชาวบ้านแต่มีการระบุ หากน้ำลด ต้องส่งคืน
-
ช่วยเหลือ แต่พวกพ้อง
ผู้นำท้องถิ่น-หัวคะแนน เลือกใส่ชื่อคนใกล้ชิด-เครือญาติ และคนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งพรรคที่ตนเองหนุน เข้ารับของแจกขณะที่กลุ่มชาวบ้านพรรคขั้วตรงข้ามถูกเมิน ต้องรอของแจกจากเอกชนเท่านั้น
-
"ส่วยบางระกำ"
มีผู้ใหญ่บ้านหลายแห่ง ไล่เก็บเงินจากลูกบ้าน อ้างว่า เป็นค่าดำเนินความสะดวกให้แก่ผู้คนที่จะนำส่งของมาช่วย โดยเก็บรายละ 100 บาท แต่บางบ้าน เจอหลังละหลัก พันบาท
-
"ค่าชดเชย" ไม่ได้รับ
ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ให้เบาะแส หลายบ้านที่ได้นำสิ่งของไปช่วยเหลือถึงที่ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยได้ค่าชดเชยใดๆ ทั้ง ครอบครัวละ 5,000 บาท และสวนผลไม้ 2,000 บาท
แหล่งข้อมูล เรื่องร้องเรียนต่างๆ ของ "บางระกำโมเดล" >> http://bit.ly/qsLVEW
|
หาก สิ่งเหล่านี้ คือตัวอย่างหนึ่งของ สิ่งที่เกิดขึ้นใน "โมเดล" ที่นายกรัฐมนตรี เรียกว่าเป็นต้นแบบในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ของนายกรัฐมนตรีแล้ว
สิ่งนี้จะสะท้อนได้ไม่น้อยเลยว่า ลักษณะการทำงาน ของ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลนี้ เป็นอย่างไรหรือไม่แน่ อาจจะต้องใช้ "สุพรรณฯโมเดล" แทน "บางระกำโมเดล" ตามที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้กล่าวไว้จริงๆ ....
ขอ ท้าพิสูจน์นโยบายรัฐบาล เรื่องนี้ ว่า "ดีแต่โม้" ครับ