วาระการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาธิปัตย์ วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 6

วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 เวลา 10.00 น.

ณ ห้องประชุมชั้น 3อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

 

1. วาระเพื่อทราบ (ถ้ามี)

- ประธานแจ้งที่ประชุมเพื่อทราบ

- คณะรัฐมนตรีเงาเสนอเรื่องเพื่อทราบ

 

2. วาระเพื่อพิจารณา

          2.1 มาตรการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม

          2.2 มาตรการเพิ่มเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ

          2.3 โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเมือง (SML)

 

วาระเพื่อพิจารณา

 

1. มาตรการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม

          ที่ประชุม ครม.มีมติ ดังนี้

          1.1 เห็นชอบแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และมอบหมายหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามผลการหารือของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2554 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ โดยในส่วนของการดำเนินการในระยะของการช่วยเหลือระหว่างที่ระดับน้ำในพื้นที่ยังท่วมสูง (ระยะเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์) ให้ทุกกระทรวงเร่งจัดทำแผนการดำเนินการในรายละเอียด แล้วส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2554 เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวบรวม วิเคราะห์ จัดกลุ่ม และลำดับขั้นตอนการดำเนินการในภาพรวมให้เป็นระบบและไม่เกิดความซ้ำซ้อน ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ต่อไป ทั้งนี้  มอบหมายหน่วยงาน/ผู้ที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของคณะรัฐมนตรีไปดำเนินการเพิ่มเติมด้วย ดังนี้

                   1) ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม สามารถประสานงานใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบและดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และไม่เกิดปัญหาความซ้ำซ้อน ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เสนอเพิ่มเติมไปพิจารณาดำเนินการด้วย

                   2) ให้กระทรวงพาณิชย์รับไปประสานงานและเร่งรัดบริษัทประกันภัย เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยและทำประกันภัยไว้ ได้รับความช่วยเหลือชดเชยจากบริษัทประกันภัยอย่างรวดเร็ว

 

          1.2 อนุมัติให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ  อุทกภัย จ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันก่อนได้รับเงินประจำงวด เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 2554 โดยให้มีผลย้อนหลังในกรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการไปก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติด้วย ทั้งนี้ จนกว่าอุทกภัยจะสิ้นสุด และอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2549 เป็นกรณีพิเศษ สำหรับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ไปยังคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ ศปภ.เริ่มปฏิบัติการ ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2554 ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเสนอ

 

          1.3 เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอ ดังนี้

                   1) การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ในวงเงิน 2,380,000 ล้านบาท โดยมีนโยบายขาดดุลงบประมาณ จำนวน 400,000 ล้านบาท และการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 และรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ของกระทรวง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น

                   2)  ให้สำนักงบประมาณนำข้อเสนอตามข้อ 1 ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปจัดทำเป็นร่าง

พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 และเอกสารประกอบงบประมาณ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2554 และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตรวจพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2555 เป็นเรื่องด่วนด้วยแล้ว

          สาระสำคัญ

                   1) กระทรวง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ได้แจ้งผลการพิจารณาปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 รวมทั้งสิ้น 49,347.5 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณได้พิจารณาตามแนวทางการปรับลดงบประมาณแล้ว เห็นสมควรให้มีการปรับลดงบประมาณตามข้อเสนอของกระทรวง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ในวงเงิน 48,859.8 ล้านบาท และเห็นสมควรปรับลดงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 21,140.2 ล้านบาท รวมเป็นการปรับลดทั้งสิ้น 70,000 ล้านบาท

                    2) งบประมาณที่ปรับลดดังกล่าว จำนวน 70,000 ล้านบาท ได้นำไปจัดสรรเพิ่มในยุทธศาสตร์

การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม แผนงานเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ เมื่อรวมกับการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามโครงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยและสาธารณภัย จำนวน 10,000 ล้านบาท จะทำให้มีงบประมาณสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ จำนวนทั้งสิ้น 80,000 ล้านบาท

                   3) งบประมาณรายจ่าย จำนวน 2,380,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ที่กำหนดไว้ 2,169,967.5 ล้านบาท จำนวน 210,032.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 รายได้สุทธิ จำนวน 1,980,000 ล้านบาท งบประมาณขาดดุล จำนวน 400,000 ล้านบาท เท่ากับในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เทียบกับสัดส่วนร้อยละ 3.7 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2554

         

          1.4 อนุมัติหลักการให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินการโดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ที่ได้รับอนุมัติให้กันไว้เบิกเหลื่อมปีของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นลำดับแรก หากไม่เพียงพอก็ให้ขอรับการจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ไปพลางก่อน เพิ่มเติมภายในกรอบวงเงิน 1,500,000,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

          สาระสำคัญ

          คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 อนุมัติหลักการวงเงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

          ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) รายงานว่า ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ได้รับรายงานสถานะของคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากหน่วยงานต่างๆ รวมเป็นเงินประมาณ 1,700 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของศูนย์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยสามารถปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องตามกรอบภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณฯ ปี 54 งบกลางฯ เพิ่มเติม จำนวน 1,500 ล้านบาท

 

2. มาตรการเพิ่มเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ

          กระทรวงมหาดไทย เสนอพิจารณาอัตราเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท อายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบ จะต้องใช้งบประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555

 

          ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอดังนี้

          1. การกำหนดอัตราเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุ 60-69ปี จะได้รับ 600บาท อายุ 70-79ปี จะได้รับ 700บาท อายุ 80-89ปี จะได้รับ 800บาท และอายุ 90ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555เป็นต้นไป 

          2. การกำหนดให้ใช้วงเงินประมาณการงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 งบเงินอุดหนุน แผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 52,228,143,600 บาท (เพิ่มขึ้นจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 จำนวน 16,219,821,600 บาท)

 

3. โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเมือง (SML)

          ที่ประชุม ครม.มีมติ อนุมัติงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ไปพลางก่อน เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) จำนวน 6,000 ล้านบาท ตามที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเสนอ โดยมีประมาณการค่าใช้จ่าย ดังนี้  

          1. งบดำเนินการ 80 ล้านบาท 

          2. งบสนับสนุนให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน (ประมาณ 16,310 แห่ง) 5,920 ล้านบาท แบ่งเป็น

                   1) หมู่บ้านขนาดเล็ก (S) จำนวน 7,850 แห่ง แห่งละ 300,000 บาท

                   2) หมู่บ้านขนาดกลาง (M) จำนวน 6,650 แห่ง แห่งละ 400,000 บาท

                   3) หมู่บ้านขนาดใหญ่ (L) จำนวน 1,810 แห่ง แห่งละ 500,000 บาท

 

          สาระสำคัญ

          รัฐบาลได้มีนโยบายจัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)

เป็นจำนวนเงิน 300,000 , 400,000 และ 500,000 บาท ตามลำดับขนาดของหมู่บ้านและชุมชน เพื่อให้หมู่บ้านบริหารจัดการกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยตนเอง

          สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน เป็นเงิน 16,180.7662 ล้านบาท โดยมีแผนการดำเนินงาน จำนวน 43,150 หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ประกาศใช้ไม่ทันในวันที่ 1 ต.ค.54 อันเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ พ.ศ.2555

          สถานการณ์ปัจจุบันได้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทำให้พื้นที่หลายจังหวัดประสบอุทกภัย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยทั้งบุคคล และชุมชนในการดำรงชีวิตทั้งระหว่างที่เกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วม และภายหลังน้ำลด

          จากการประชุมกำหนดนโยบายที่เกี่ยวกับกองทุนและค่าใช้จ่ายสำคัญตามนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2555 โดยนายกรัฐมนตรีได้มีดำริให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินงานตามโครงการ SML และได้มีดำริให้สำนักงานเร่งดำเนินการจัดสรรเงินไปสู่ชุมชนอย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน และชุมชนในช่วงวิกฤตการณ์น้ำท่วม